“สาว” หวังดึงหน้าให้สวย แต่ต้องผิด หวัง

0
25675

จากการรายงานของเว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยหลินเดินทางไปใช้บริการที่คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในกรุงไทเป และตัดสินใจยกกระชับใบหน้าด้วยการเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ หรือ RF (Radio Frequency)

ในช่วงก่อนทำ เจ้าหน้าที่ของคลินิกก็ได้ทำความสะอาดใบหน้าให้กับเธอตามขั้นตอนปกติ และทายาชา หลังจากขั้นตอนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลินก็เดินทางออกจากคลินิกในเวลาประมาณ 18.30 น. ซึ่งในระหว่างทางกลับบ้านนั้น เธอรู้สึกแสบร้อนแปลก ๆ ที่หน้า แต่ก็ยังไม่คิดอะไรมาก

กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. อาการแสบร้อนบนใบหน้าของหลินไม่ได้ทุเลาลงเลย อีกทั้งยังเจ็บปวดหนักกว่าเดิม และเมื่อเธอส่องกระจกดูก็ต้องช็อคอย่างหนัก แทบจะเป็นลมไปตอนนั้น เพราะเธอพบว่ามีตุ่มพอง เป็นตุ่มน้ำใส ๆ ผุดขึ้นบริเวณแก้ม คาง ลามไปจนถึงลำคอ และใบหน้าก็บวมฉึ่ง

หลินจึงโทร. ติดต่อไปหาทางคลินิก เล่าให้ฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางคลินิกก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร และมันเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากรับการยกกระชับผิว แต่คำชี้แจงดังกล่าวไม่ทำให้หลินเบาใจลงแม้แต่น้อย โดยในวันต่อมา ผิวหน้าของหลินก็กลายเป็นสีแดงเหมือนโดนน้ำร้อนลวก เกิดตุ่มพองใส ๆ จำนวนมาก ทั้งตุ่มเล็กตุ่มใหญ่ ผุดขึ้นเพียบ

หลินเดินทางเข้าไปยังคลินิกดังกล่าวเพื่อจะถามให้รู้เรื่อง เพราะอาการตอนนี้มันไม่น่าใช่เรื่องปกติแล้ว ทางคลินิกได้บอกให้เธอไปโรงพยาบาล และกว่าที่หลินจะได้พบแพทย์ อาการของเธอก็เป็นหนักกว่าเดิมมาก ทั้งใบหน้าบวมพอง ตุ่มใสขึ้นเต็มทุกที่จนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น โดยแพทย์วินิจฉัยว่าใบหน้าของหลินเป็นอาการเดียวกับแผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก ระดับที่สอง (second degree burn)

หลินต้องรักษาตัวอยู่นานมาก ทั้งทำศัลยกรรมแก้ไขจุดที่ผิวไหม้หลายครั้ง รวมทั้งต้องเข้าพบจิตแพทย์ เนื่องจากสภาพจิตใจของเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักจากปัญหาดังกล่าว มันทำให้เธอเครียด วิตกกังวลและหวาดกลัวอย่างที่สุด

หลังเกิดเหตุ คลินิกเสริมความงามดังกล่าวได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด และพบว่าเป็นคลินิกเถื่อน แม้ว่าบนเว็บไซต์จะมีการระบุทุกอย่างดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ มีใบอนุญาตประกอบกิจการรถูกต้อง แต่ความจริงแล้วไม่มี อีกทั้งยังให้บริการอย่างไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง

เครื่องยกกระชับใบหน้าแบบ Radio Frequency ที่คลินิกดังกล่าวใช้นั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับยาชา และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ควรทายาชาให้กับลูกค้า ซึ่งรายงานระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลิน ทำให้เธอน่าจะเป็นเคสแรกของโลกที่ได้รับผลกระทบจากการยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีนี้

ทั้งนี้หลินต้องการูฟ้องร้องดำเนินคดีและเรียกค่าเสียหายจากคลินิกดังกล่าว เพราะสิ่งที่เธอเกิดขึ้นกับเธอมันทำให้เจ็บปวดทั้งกายใจ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเธอเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าใบหน้าของเธอจะกลับคืนมาเป็นปกติหรือไม่